บทที่ 24 เรื่องร้ายของเพียงรัมภา (02)

“กรี๊ดดด!!! ปล่อยฉันนะ ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยรัมภาด้วย” เสียงใสตะโกนร้องขอเมื่อโดนเข้าประชิดตัว สองมือก็โดนมือสากคว้าเอาไปแล้วกระชากร่างบางให้เข้าหา แต่เพียงรัมภาก็ยังพยายามต่อสู้ด้วยการออกแรงผลักไสคนเมาให้ไปไกลตัว ทำให้เอกสารทั้งหมดร่วงลงสู่ถนนสีเข้ม    

            “อย่าดิ้นน่า” ปัดมือนุ่มอย่างรำคาญใจ ออกแรงตบจนใบหน้านวลหันขวับ     

            “ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิ” แม้จะเจ็บแต่ก็ยังต้องดิ้นรน เพื่อไม่ให้หัวใจของตนเองต้องบอบช้ำไปกว่านี้ เพียงแค่ทุกข์ทรมานจำใจต้องตกเป็นทาสสวาทของมารร้าย หัวใจก็แทบแหลกละเอียด แต่นี่หล่อนต้องมาประสบพบเจอกับคนใจทรามเข้าอีก แล้วหัวใจจะไม่แหลกเป็นผุยผงเลยหรือ…      

            “ฤทธิ์มากนักนะมึง” ว่าแล้วก็ตบเข้าที่ใบหน้าอีกหนึ่งหน ทำให้ร่างน้อยถึงกับร่วงหล่นลงไปกองที่พื้น ก่อนที่คนใจทรามจะกระชากต้นแขนขาว แล้วจัดการลากหญิงสาวไปตามทาง ย้อนกลับขึ้นมาที่บ้านหลังเก่าแสนโทรมที่พวกมันใช้เป็นที่ดื่มกิน พวกคนใจทรามหยาบช้ากระทำการอย่างอุกอาจ ไม่ได้เกรงกลัวว่าจะมีใครมาเห็นแม้แต่น้อย 

            เมื่อมาถึงกระท่อมน้อย พวกมันก็ยืนจังก้ามองเพียงรัมภาอย่างหื่นกระหาย ใบหน้าบ่งบอกว่าต้องการสัมผัสเนื้อเนียนนุ่ม ไม่นานก็ตรงเข้าหา แต่ทว่าหญิงสาวก็รีบลุกขึ้นแล้วผลักทั้งสองคนให้ออกห่างพร้อมกระโจนออกไปจากบ้าน สองเท้ารีบวิ่งไปให้ไกลที่สุด แต่ไม่ถึงสิบก้าวเสียด้วยซ้ำก็โดนกระชากข้อเท้าทำให้เซล้มลง           

            ร่างนั้นสะบักสะบอมจากการโดนฉุดกระชากลากถู ผิวสวยๆ ถลอกเพราะพื้นถนน น้ำตาก็ไหลรินผสมปนเปกับน้ำฝนที่ตกหนักลงมา เสียงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือก็กลืนไปกับเสียงดังของสายฟ้า ไม่นานนักร่างนวลก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อโดนลากเข้ามาในพงหญ้าซึ่งห่างจากถนนไม่มากนัก เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา           

            สองคนใจทรามหัวเราะดังก้อง ใบหน้าเหี้ยมห่ามเหยียดยิ้มย่อง สองมือไม้ก็ตรงเข้าจับนู่นสัมผัสนี่บนร่างกายอย่างฮึกเหิม ก่อนที่จะกระตุกยิ้มให้แก่กัน แล้วลงมือฉีกกระชากเสื้อ กระโปรงตัวเก่ง 

            “กรี๊ดดด!!! อย่า…ช่วยด้วย อย่าทำฉันเลย” เสียงหวีดร้องวิงวอนไม่ได้แล่นเข้าไปในโสตประสาทของคนทรามแม้แต่น้อย

            “พี่รับรองว่าพี่จะพาน้องขึ้นสวรรค์” เสียงคำรามดังออกจากลำคอเมื่อเงยหน้าขึ้น หลังจากซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอระหง อีกคนก็พยายามกระชากประโปรงตัวเก่งให้หลุดออก ซึ่งไม่นานนักกระโปรงก็ฉีกขาดขึ้นมาถึงต้นขาเรียว          

            “อย่า…อย่าทำฉันเลย” เพียงรัมภาสะอึกสะอื้นเมื่อหมดหนทางที่จะต่อสู้ เพราะโดนพันธนาการด้วยเข็มขัด หัวใจรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก อยากจะกลั้นใจตายไปเสียให้ได้ ทำไมสวรรค์ถึงใจร้ายใจดำกับหล่อนถึงเพียงนี้ ทำไมต้องให้มาเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆ แบบนี้     

            “อย่าช้าใช่ไหมจ๊ะน้องสาว ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะช่างน่ากลัว กายบางต้องสั่นเทา 

            “ช่วยด้วย ฮือ ช่วยรัมภาด้วย คนเลว คุณพยัคฆ์มาช่วยรัมภาที” ขอบตาเอ่อล้นด้วยน้ำตาใสๆ ก่อนที่ภาพของมารร้ายจะแล่นเข้ามาในหัวสมอง หัวใจสั่นสะท้านร่ำร้องเรียกหาคนที่เอ่ยปากว่าเกลียดนักเกลียดหนา แล้วดวงตาต้องเบิกกว้างเมื่อพบรถคันงามแล่นผ่านไป “คุณพยัคฆ์ คนใจร้าย ช่วยรัมภาด้วย คุณพยัคฆ์” เสียงร้องตะโกนไม่ได้ทำให้รถคันนั้นหยุดแล่น        

            “เรียกมันให้ดังๆ ฮ่า ยังไงมันก็ไม่มีวันมาช่วยได้ทันหรอก” หัวเราะเย้ยเสียงดัง ก่อนที่จะเอี้ยวตัวกลับไปมองยังรถซึ่งกำลังแล่นผ่านไป       

            “คุณพยัคฆ์ช่วยรัมภาด้วย ช่วยด้วย” เสียงเรียกขานแทบขาดใจไม่ได้ทำให้รถหยุดแล่น ร่างเล็กต้องสะดุ้งเมื่อโดนหมัดหนักต่อยเข้าที่หน้าท้องและเจ็บจุกจนไร้เสียง ได้แต่ปล่อยน้ำตาให้ร่วงเผาะ   

            “ฮ่าๆ แค่นี้ก็สิ้นฤทธิ์” เมื่อเหยื่อสาวไม่ไหวติง สี่มือหยาบก็จัดการตรงเข้าลูบไล้ไปทั่วเนื้อขาวอย่างหื่นกระหายปนบ้าคลั่ง ก่อนที่จะจัดการถอดเสื้อของตนเองออกแล้วโน้มตัวลงจัดการกับเหยื่อสาว        

คนซึ่งนั่งอยู่ภายในรถอย่างสบายอารมณ์ต้องสะดุ้งเมื่อเหมือนได้ยินเสียงร้องเรียก แต่เมื่อมองออกไปก็ต้องหันกลับมา ยามที่ฝนตกหนักเช่นนี้ใครกันเล่าจะมาร่ำเรียกตนเอง แล้วเม็ดฝนก็ยังโปรยปรายแม้จะน้อยเม็ด พลางทิ้งตัวลงพิงเบาะอย่างไม่คิดเอะใจอะไร         

            แต่วันนี้ไม่รู้ว่าจิตใจกังวลกับสิ่งใดทำให้เขาร้อนรนและอยากที่จะกลับมายังบ้าน เหมือนมีบางอย่างเรียกให้เขากลับมา ราวกับกำลังจะมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นกับคนที่บ้าน ใบหน้ามนของภรรยาเถื่อนก็ลอยเข้ามาให้จิตใจต้องทวีคูณความร้อนรน      

            เอี๊ยดดด

!!         

            เสียงรถเบรกดังเอี๊ยดทำให้ทั้งคนขับและคนที่นั่งอยู่หัวแทบคะมำ พยัคฆ์ต้องขมวดคิ้วเข้มจ้องมองอย่างตกใจ ก่อนที่นาคิน ลูกน้องคนสนิทจะหันมามองหน้าตื่น

            “เบรกรถทำไมนาคิน” น้ำเสียงเข้มเอ่ยถามอย่างสงสัย        

            “ผมรู้สึกว่าผมขับรถเหยียบอะไรบางอย่างครับ” เมื่อได้ฟัง ทั้งนาคินและพยัคฆ์ก็รีบหันหลังกลับไปมองแต่ก็พบเพียงแค่สิ่งที่มีลักษณะคล้ายแฟ้มเอกสารกองกระจัดกระจายอยู่เท่านั้น แต่เมื่อนาคินยังสงสัยทั้งสองจึงก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วคิ้วเข้มต้องขมวดขึ้นสูงกว่าเดิม          

            “นี่มัน…” หัวใจต้องเต้นถี่และแรงขึ้น เมื่อจดจำแฟ้มเอกสารได้ดี เนื่องจากเขาเป็นคนนำไปให้เพียงรัมภาทำเมื่อช่วงบ่าย      

            “ทำไมหรือครับนาย มีอะไร แฟ้มนี้ของนายหรือครับ” เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของพยัคฆ์ นาคินจึงต้องเอ่ยถาม ก่อนที่จะหันไปเจอกับสิ่งของบางอย่าง “นั่น…นั่นมันกระเป๋าของคุณรัมภานี่ครับนาย” รีบชี้นิ้วไปยังกระเป๋าใบสวยซึ่งตกอยู่ไม่ไกลกัน     

            “รัมภา” มารร้ายกดเสียงลงต่ำ เมื่อรู้สึกว่าหัวใจเต้นระรัวราวกลองศึก “โทรตามคนของเราให้ออกตามหาเพียงรัมภาเดี๋ยวนี้และต้องเจอ” ตวัดนัยน์ตาดุดันขึ้น  เท้าหนักก็สาวออกไปโดยอัตโนมัติ สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ แต่ก็ไร้เงาของภรรยา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป